ปุ๋ย 21-0-0 และ 46-0-0 เป็นปุ๋ยที่ให้ไนโตรเจน (N) เหมือนกัน แต่มีคุณสมบัติและการใช้งานแตกต่างกันมาก
| รายการ | 21-0-0 | 46-0-0 |
|---|---|---|
| ชื่อปุ๋ย | แอมโมเนียมซัลเฟต (Ammonium Sulfate) | ยูเรีย (Urea) |
| ไนโตรเจน (N) | 21% | 46% |
| กำมะถัน (S) | 24% | ไม่มี |
| ความเป็นกรด | ทำให้ดินเป็นกรดมากขึ้น | กรดน้อยกว่า |
| ราคาต่อหน่วย N | สูงกว่า | ถูกกว่า |
| การสูญเสียไนโตรเจน | น้อยกว่า | สูญเสียจากการระเหยได้ง่าย หากหว่านบนผิวดินแห้ง |
1. ปุ๋ย 21-0-0 (แอมโมเนียมซัลเฟต)
ข้อดี
มีไนโตรเจนและกำมะถัน (S) ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างโปรตีนและคลอโรฟิลล์
เหมาะกับพืชที่ต้องการกำมะถัน เช่น ทุเรียน ปาล์ม ยางพารา หอม กระเทียม
การสูญเสียไนโตรเจนน้อยกว่ายูเรีย
เหมาะกับดินที่มี pH สูง (ดินด่าง)
ข้อเสีย
ไนโตรเจนต่ำ (21%)
ใช้ปริมาณมากกว่า
หากใช้ต่อเนื่องมาก ๆ อาจทำให้ดินเป็นกรด
2. ปุ๋ย 46-0-0 (ยูเรีย)
ข้อดี
มีไนโตรเจนสูงที่สุดในบรรดาปุ๋ยเดี่ยว
ราคาต่อกิโลกรัมไนโตรเจนต่ำ
ใช้ปริมาณน้อย
ข้อเสีย
ไม่มีธาตุกำมะถัน
หากหว่านบนผิวดินแล้วไม่มีฝนหรือน้ำตาม อาจสูญเสียไนโตรเจนจากการระเหยได้มาก
ไม่เหมาะกับการหว่านบนดินแห้งแล้วปล่อยทิ้งไว้หลายวัน
ตัวอย่างการเปรียบเทียบ
ถ้าต้องการไนโตรเจน 21 กิโลกรัม
ใช้ปุ๋ย 21-0-0 = 100 กิโลกรัม
ใช้ปุ๋ย 46-0-0 = ประมาณ 46 กิโลกรัม
ดังนั้น ยูเรียใช้ปริมาณน้อยกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง
สำหรับทุเรียน
โดยทั่วไป
ช่วงเร่งแตกใบอ่อนหรือฟื้นต้นหลังเก็บเกี่ยว → ใช้ 46-0-0 เพื่อให้ไนโตรเจนเร็วและคุ้มค่า
หากดินขาดกำมะถัน หรือปลูกในดินด่าง → ใช้ 21-0-0 เพราะได้ทั้งไนโตรเจนและกำมะถัน
หลายสวนเลือก ใช้ร่วมกัน เพื่อให้ได้ทั้งไนโตรเจนและกำมะถันในสัดส่วนที่เหมาะสม
สำหรับการผสมแม่ปุ๋ยเอง (โครงการ AgriTech Plus)
หากคุณตั้งใจผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีใช้เองในสวน ผมแนะนำให้มีแม่ปุ๋ยทั้งสองชนิดไว้ เพราะแต่ละตัวมีบทบาทต่างกัน
46-0-0 เป็นแหล่งไนโตรเจนหลัก ราคาคุ้มค่า
21-0-0 ใช้เสริมกำมะถัน และช่วยปรับสูตรให้เหมาะกับพืชหรือสภาพดิน
การมีทั้งสองชนิดจะทำให้คุณออกแบบสูตรปุ๋ยได้ยืดหยุ่นกว่าการใช้ยูเรียเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะหากคุณจะพัฒนาสูตรปุ๋ยพรีเมียมสำหรับทุเรียนในอนาคต