Skip to Content
AgriTech Plus
  • Home
  • Shop
  • สูตรปุ๋ย
  • Blog
  • contactus
  • Link
    • ตรวจดิน
    • สูตรคำนวณปุ๋ย
  • 0
  • 0
  • Sign in
  • Contact Us
AgriTech Plus
  • 0
  • 0
    • Home
    • Shop
    • สูตรปุ๋ย
    • Blog
    • contactus
    • Link
      • ตรวจดิน
      • สูตรคำนวณปุ๋ย
  • Sign in
  • Contact Us
  • All Blogs
  • โรคทุเรียน
  • ⚫ โรคราดำ (Sooty Mold) ในทุเรียน
  • ⚫ โรคราดำ (Sooty Mold) ในทุเรียน

    July 17, 2026 by
    Agrixplus Admin

    ⚫ โรคราดำ (Sooty Mold) ในทุเรียน

    โรคที่ไม่ได้ทำลายต้นโดยตรง แต่ทำให้ผลผลิตและคุณภาพลดลงอย่างมาก

    เมื่อเห็นใบหรือผลทุเรียนมีคราบสีดำ หลายคนเข้าใจว่าเชื้อรากำลังเข้าทำลายต้นโดยตรง

    แต่ความจริงแล้ว โรคราดำไม่ใช่เชื้อราที่กินเนื้อเยื่อของพืช หากแต่เป็นเชื้อราที่เจริญอยู่บน น้ำหวาน (Honeydew) ซึ่งถูกขับออกมาจากแมลงปากดูด เช่น เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยหอย และแมลงหวี่ขาว

    กล่าวได้ว่า

    โรคราดำเป็น "ผลลัพธ์" ของการระบาดของแมลงปากดูด มากกว่าจะเป็นสาเหตุหลักของความเสียหาย

    งานวิจัยหลายฉบับจึงชี้ว่า การกำจัดเชื้อราเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หากยังปล่อยให้แมลงเหล่านี้ระบาดอยู่

    โรคราดำเกิดขึ้นได้อย่างไร?

    กระบวนการเกิดโรคราดำมีลำดับดังนี้

    1. แมลงปากดูด เช่น เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย หรือเพลี้ยอ่อน ดูดน้ำเลี้ยงจากต้นทุเรียน

    2. แมลงขับน้ำหวานที่มีน้ำตาลสูงออกมา

    3. เชื้อรากลุ่มราดำใช้ "น้ำหวาน" เป็นแหล่งอาหาร

    4. เชื้อราจึงเจริญปกคลุมบนผิวใบ กิ่ง และผล

    เชื้อราไม่ได้เจาะเข้าไปในใบหรือผล แต่การปกคลุมของคราบดำส่งผลกระทบต่อการทำงานของต้นอย่างชัดเจน

    อาการที่ควรสังเกต

    บนใบ

    • มีคราบสีดำคล้ายเขม่าควัน

    • คราบสามารถเช็ดออกได้บางส่วน

    • ใบดูหมอง ไม่เงางาม

    บนกิ่ง

    • กิ่งมีคราบดำปกคลุม

    • มักพบร่วมกับเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอย

    บนผล

    • ผิวผลมีคราบดำ

    • ผลดูสกปรก

    • คุณภาพและมูลค่าทางการค้าลดลง

    หากพลิกดูใต้ใบหรือบริเวณขั้วผล มักพบแมลงปากดูดซ่อนอยู่

    โรคราดำส่งผลเสียอย่างไร?

    แม้เชื้อราจะไม่กัดกินเนื้อเยื่อพืชโดยตรง

    แต่คราบราดำจะปิดกั้นแสงที่ตกกระทบใบ

    ส่งผลให้

    • การสังเคราะห์แสงลดลง

    • การผลิตอาหารของต้นลดลง

    • ใบแก่เร็ว

    • ต้นอ่อนแอ

    • การสะสมอาหารเพื่อออกดอกและติดผลลดลง

    ในผลทุเรียน

    คราบราดำทำให้ผลดูไม่สะอาด แม้เนื้อภายในจะยังปกติ ก็อาจถูกกดราคาหรือขายได้ยาก

    มดมีบทบาทสำคัญในการระบาด

    งานวิจัยพบว่า

    มดกับเพลี้ยแป้งมีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน

    มดกินน้ำหวานที่เพลี้ยแป้งขับออกมา

    และคอย

    • ป้องกันเพลี้ยจากศัตรูธรรมชาติ

    • พาเพลี้ยไปยังยอดและผลใหม่

    • ช่วยให้เพลี้ยเพิ่มจำนวนได้รวดเร็ว

    จึงมักพบว่า

    ที่ไหนมีมดมาก ที่นั่นมีโอกาสเกิดโรคราดำสูง

    ทำไมพ่นยาฆ่าเชื้อราแล้วไม่หาย?

    หนึ่งในข้อค้นพบที่สำคัญของงานวิจัย คือ

    หากยังมีเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย หรือเพลี้ยอ่อนอยู่

    ก็ยังคงมีน้ำหวานสะสม

    เชื้อราจะกลับมาเจริญใหม่ได้เสมอ

    ดังนั้น การรักษาที่ได้ผล ต้องเริ่มจากการกำจัดต้นเหตุ คือแมลงปากดูด

    งานวิจัยแนะนำให้จัดการแบบ "ทั้งระบบ"

    แนวทางที่ให้ผลดีที่สุด คือ

    • ควบคุมเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย และเพลี้ยอ่อน

    • ลดจำนวนมดในสวน

    • ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง

    • เพิ่มการถ่ายเทอากาศ

    • ล้างคราบราดำออกเมื่อเหมาะสม

    • อนุรักษ์แมลงศัตรูธรรมชาติ

    เมื่อไม่มีน้ำหวาน เชื้อราจะค่อย ๆ หยุดการเจริญและคราบดำจะลดลง

    ศัตรูธรรมชาติช่วยลดโรคราดำได้

    เพราะศัตรูธรรมชาติช่วยควบคุมแมลงปากดูด

    ได้แก่

    • ด้วงเต่ากินเพลี้ย

    • แมลงช้างปีกใส

    • แมลงเบียน

    • ไรตัวห้ำ

    สวนที่ใช้สารเคมีอย่างเหมาะสม จะยังคงมีแมลงที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ ช่วยควบคุมประชากรเพลี้ยและลดโอกาสเกิดราดำ

    สำรวจสวนทุกสัปดาห์

    สิ่งที่ควรตรวจ ได้แก่

    • ใต้ใบ

    • ขั้วผล

    • กิ่งอ่อน

    • ซอกหนามผล

    • มดที่เดินบนต้น

    • เพลี้ยแป้งและเพลี้ยหอย

    หากพบคราบดำเพียงเล็กน้อย

    ควรรีบค้นหาต้นเหตุทันที

    เพราะมักเป็นสัญญาณว่าแมลงปากดูดกำลังเพิ่มจำนวน

    แนวทางที่งานวิจัยแนะนำ

    การป้องกันโรคราดำที่มีประสิทธิภาพ ควรใช้ระบบ IPM (Integrated Pest Management)

    1. สำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ

    2. ควบคุมเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย และเพลี้ยอ่อน

    3. ลดจำนวนมดในสวน

    4. อนุรักษ์แมลงศัตรูธรรมชาติ

    5. ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง

    6. ลดความชื้นสะสม

    7. ใช้สารกำจัดแมลงเมื่อจำเป็น และหลีกเลี่ยงการพ่นสารฆ่าเชื้อราโดยไม่แก้ที่ต้นเหตุ

    บทสรุป

    โรคราดำอาจดูเหมือนเป็นโรคเชื้อรา แต่แท้จริงแล้วเป็น ตัวบ่งชี้ว่ามีแมลงปากดูดกำลังระบาดในสวน

    งานวิจัยจากหลายประเทศให้ข้อสรุปตรงกันว่า

    "การควบคุมโรคราดำที่มีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มจากการกำจัดแมลงที่สร้างน้ำหวาน ไม่ใช่เพียงกำจัดเชื้อรา"

    เมื่อควบคุมเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย เพลี้ยอ่อน และมดได้ พร้อมดูแลทรงพุ่มให้โปร่งและรักษาสมดุลของแมลงศัตรูธรรมชาติ ปัญหาโรคราดำจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และต้นทุเรียนจะกลับมาสังเคราะห์แสงได้เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้คุณภาพและผลผลิตดีขึ้นในระยะยาว

    🌿 AgriTech Plus TIP

    "ราดำคือสัญญาณเตือน ไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหา"

    เมื่อเห็นคราบดำบนใบหรือผล อย่ารีบพ่นสารฆ่าเชื้อราเพียงอย่างเดียว แต่ให้เริ่มจากการค้นหาเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย เพลี้ยอ่อน และมดที่อยู่บนต้น เพราะเมื่อกำจัดต้นเหตุได้ คราบราดำก็จะค่อย ๆ ลดลงเอง พร้อมกับฟื้นฟูการสังเคราะห์แสงและคุณภาพของผลผลิตได้อย่างยั่งยืนครับ

    ชื่อบล็อกของคุณ
    in โรคทุเรียน
    # โรคทุเรียน

    Read Next
    🐛 หนอนเจาะผลทุเรียน

    "Growing Agriculture with Technology"

    เราเชื่อว่าการเกษตรแห่งอนาคตต้องอาศัยการผสานระหว่างองค์ความรู้ด้านการเกษตร เทคโนโลยีดิจิทัล และข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความยั่งยืนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคการเกษตรไทยce.

    Get in touch

    บริษัท อะกริเทค พลัส จำกัด
    89/395  หมูที่ 4 ต.เหมือง  อ.เมือง
    จ.ชลบุรี  20130 
    ประเทศไทย

    • 086-3175363
    • [email protected]
    Follow us
    Copyright © Agritech Plus Co.,Ltd.
    English (US) | ภาษาไทย
    Powered by Odoo - The #1 Open Source eCommerce