Skip to Content
AgriTech Plus
  • Home
  • Shop
  • สูตรปุ๋ย
  • Blog
  • contactus
  • Link
    • ตรวจดิน
    • สูตรคำนวณปุ๋ย
  • 0
  • 0
  • Sign in
  • Contact Us
AgriTech Plus
  • 0
  • 0
    • Home
    • Shop
    • สูตรปุ๋ย
    • Blog
    • contactus
    • Link
      • ตรวจดิน
      • สูตรคำนวณปุ๋ย
  • Sign in
  • Contact Us
  • All Blogs
  • การเกษตร
  • โรครากเน่าและโคนเน่าทุเรียน
  • โรครากเน่าและโคนเน่าทุเรียน

    July 17, 2026 by
    Agrixplus Admin

    โรครากเน่าและโคนเน่าทุเรียน

    ศัตรูอันดับ 1 ของสวนทุเรียน และวิธีป้องกันจากงานวิจัย

    หลายคนเชื่อว่า "เมื่อทุเรียนเป็นโรครากเน่าแล้ว ต้องฉีดยาแรง ๆ ถึงจะหาย"

    แต่จากงานวิจัยตลอดกว่า 20 ปี กลับพบว่า...

    โรครากเน่าและโคนเน่า ไม่สามารถแก้ได้ด้วยสารป้องกันกำจัดโรคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องจัดการทั้งระบบของสวน

    นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางสวนใช้สารเดิมทุกปี แต่โรคยังกลับมาเหมือนเดิม

    รู้จักศัตรูตัวจริง

    โรครากเน่าและโคนเน่าเกิดจากเชื้อ Phytophthora palmivora

    แม้หลายคนจะเรียกว่า "เชื้อรา" แต่จริง ๆ แล้วจัดอยู่ในกลุ่ม Oomycete (ราน้ำ) ซึ่งชอบสภาพแวดล้อมที่ชื้นแฉะ

    เชื้อนี้สามารถอยู่ในดินและเศษซากพืชได้นาน เมื่อมีฝนตกหนักหรือดินอุ้มน้ำ เชื้อจะสร้างสปอร์ที่เคลื่อนที่ไปกับน้ำและเข้าทำลายรากอ่อนหรือบาดแผลของต้นทุเรียนได้ง่าย (ScienceDirect)

    ทำไมบางสวนเป็นโรคทุกปี?

    งานวิจัยพบว่าปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ

    • น้ำขังบริเวณโคนต้น

    • ดินระบายน้ำไม่ดี

    • ดินแน่น อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

    • รากได้รับบาดเจ็บ

    • ทรงพุ่มทึบ ความชื้นสูง

    • ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป ทำให้แตกใบอ่อนต่อเนื่อง

    กล่าวง่าย ๆ คือ

    โรคไม่ได้เกิดเพราะมีเชื้ออย่างเดียว แต่เกิดเมื่อ "เชื้อ + สภาพแวดล้อม + ต้นอ่อนแอ" มาพร้อมกัน

    สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

    ก่อนต้นจะตาย มักมีอาการเตือน เช่น

    • ใบซีดกว่าปกติ

    • แตกใบอ่อนลดลง

    • ใบเหลืองเฉพาะบางกิ่ง

    • ผลร่วงผิดปกติ

    • ต้นโทรมแม้ให้น้ำเพียงพอ

    หากขูดเปลือกบริเวณโคนต้น อาจพบเนื้อเยื่อสีน้ำตาลและมีน้ำยางสีน้ำตาลไหลออกมา

    หากพบอาการเหล่านี้ ควรตรวจต้นทันที เพราะการจัดการตั้งแต่ระยะแรกมีโอกาสรักษาต้นไว้ได้มากกว่า (ScienceDirect)

    งานวิจัยบอกว่า "การระบายน้ำ" สำคัญที่สุด

    หลายคนให้ความสำคัญกับสารป้องกันกำจัดโรค แต่กลับละเลยเรื่องระบบน้ำ

    งานวิจัยหลายฉบับสรุปตรงกันว่า

    สวนที่ระบายน้ำดี มีโอกาสเกิดโรคน้อยกว่าสวนที่น้ำขังอย่างชัดเจน

    สิ่งที่ควรทำ ได้แก่

    • ยกร่องหรือปรับพื้นที่ให้ระบายน้ำได้ดี

    • ขุดร่องระบายน้ำก่อนเข้าฤดูฝน

    • ไม่ปล่อยให้น้ำขังบริเวณโคนต้น

    • ไม่ให้น้ำกระแทกโคนต้นโดยตรง

    เพียงการจัดการน้ำที่ดี ก็สามารถลดความเสี่ยงของโรคได้อย่างมาก (ScienceDirect)

    ระบบรากแข็งแรง คือภูมิคุ้มกันของต้น

    ต้นทุเรียนที่รากแข็งแรงจะทนต่อการเข้าทำลายของเชื้อได้ดีกว่า

    งานวิจัยจึงแนะนำให้

    • เติมอินทรียวัตถุเป็นประจำ

    • ปรับค่า pH ให้อยู่ในช่วงเหมาะสม

    • หลีกเลี่ยงการอัดแน่นของดิน

    • รักษารากฝอยให้สมบูรณ์

    เพราะ "การฟื้นราก" สำคัญพอ ๆ กับการกำจัดเชื้อโรค

    ชีวภัณฑ์ช่วยได้ แต่ไม่ใช่ยาวิเศษ

    หลายงานวิจัยยืนยันว่า

    จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ เช่น

    • Trichoderma

    • Bacillus

    • Chaetomium

    สามารถช่วยลดการเจริญของเชื้อก่อโรคได้

    แต่ต้องใช้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

    หากดินแฉะ น้ำขัง และมีเชื้ออยู่จำนวนมาก การใส่ชีวภัณฑ์เพียงอย่างเดียวมักไม่ได้ผล

    ดังนั้นควรใช้ร่วมกับการปรับปรุงดินและการจัดการน้ำ (Thai-Journal Online)

    อย่าใช้สารชนิดเดิมซ้ำ ๆ

    งานวิจัยจากประเทศไทยพบว่า เชื้อบางพื้นที่เริ่มมีความไวต่อสารบางชนิดลดลง หลังมีการใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

    ข้อแนะนำคือ

    • หลีกเลี่ยงการใช้สารกลุ่มเดิมซ้ำตลอดทั้งปี

    • สลับกลุ่มสารตามคำแนะนำบนฉลากและผู้เชี่ยวชาญ

    • ใช้วิธีจัดการหลายรูปแบบร่วมกัน

    แนวทางนี้ช่วยชะลอการเกิดการดื้อสารได้ดีกว่า (MDPI)

    ตรวจสวนทุกสัปดาห์ ดีกว่ารักษาทีหลัง

    งานวิจัยและแปลงสาธิตหลายแห่งพบตรงกันว่า

    การเดินสำรวจสวนเป็นประจำ ช่วยลดความเสียหายได้มาก

    ทุกสัปดาห์ควรตรวจ

    • ใบ

    • โคนต้น

    • รากที่โผล่

    • ความชื้นของดิน

    • จุดที่น้ำขัง

    หากพบต้นผิดปกติ ให้แยกดูแลทันที อย่ารอให้โรคลุกลาม

    แนวทางที่ได้ผลดีที่สุด

    หลังจากรวบรวมงานวิจัยจำนวนมาก แนวทางที่ให้ผลดีที่สุดไม่ใช่ "วิธีเดียว" แต่เป็นการจัดการแบบผสมผสาน ดังนี้

    1. ปรับระบบระบายน้ำ

    2. วิเคราะห์ดินและปรับสภาพดิน

    3. ฟื้นฟูระบบรากด้วยอินทรียวัตถุ

    4. ใช้ชีวภัณฑ์เพื่อช่วยลดเชื้อในดิน

    5. สำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ

    6. ใช้สารป้องกันกำจัดโรคเมื่อจำเป็น และใช้อย่างถูกวิธี

    7. บันทึกข้อมูลการเกิดโรคเพื่อวางแผนในฤดูกาลถัดไป

    แนวทางนี้เป็นหลักที่กรมวิชาการเกษตรและศูนย์วิจัยหลายแห่งใช้ในแปลงสาธิต และให้ผลดีกว่าการพึ่งสารเคมีเพียงอย่างเดียว (AGRIS)

    บทสรุป

    โรครากเน่าและโคนเน่าไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นเพราะโชคร้าย แต่เป็นโรคที่เกิดจาก "ความสมดุลของสวน" ที่เสียไป

    หากเราดูแลดินให้มีชีวิต ระบายน้ำได้ดี รักษารากให้แข็งแรง สำรวจต้นอย่างสม่ำเสมอ และใช้ชีวภัณฑ์หรือสารป้องกันกำจัดโรคอย่างเหมาะสม โอกาสเกิดโรคจะลดลงอย่างมาก

    หัวใจสำคัญจากงานวิจัยจึงไม่ใช่การถามว่า "ใช้ยาอะไร" แต่คือการถามว่า "ทำอย่างไรให้ต้นไม่ป่วยตั้งแต่แรก"

    in การเกษตร
    # โรคทุเรียน

    Read Next
    บทที่ 18 การสร้างสวนทุเรียนให้เป็นธุรกิจที่ยั่งยืน (From Orchard to Agribusiness)

    "Growing Agriculture with Technology"

    เราเชื่อว่าการเกษตรแห่งอนาคตต้องอาศัยการผสานระหว่างองค์ความรู้ด้านการเกษตร เทคโนโลยีดิจิทัล และข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความยั่งยืนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคการเกษตรไทยce.

    Get in touch

    บริษัท อะกริเทค พลัส จำกัด
    89/395  หมูที่ 4 ต.เหมือง  อ.เมือง
    จ.ชลบุรี  20130 
    ประเทศไทย

    • 086-3175363
    • [email protected]
    Follow us
    Copyright © Agritech Plus Co.,Ltd.
    English (US) | ภาษาไทย
    Powered by Odoo - The #1 Open Source eCommerce