เรามาลองคำนวณแบบ โรงสีชุมชน โดยใช้ตัวเลขที่ใกล้เคียงความเป็นจริง เพื่อให้เห็นภาพว่ากำไรเกิดจากตรงไหน
หมายเหตุ: ราคาด้านล่างเป็นตัวอย่างสำหรับการวิเคราะห์ ควรใช้ราคาซื้อขายในพื้นที่ของคุณในวันที่ดำเนินงานจริง
ตัวอย่าง: รับซื้อข้าวเปลือก 1 ตัน (1,000 กก.)
สมมติ
รับซื้อข้าวเปลือก: 12 บาท/กก.
ต้นทุนซื้อข้าว = 12,000 บาท
ผลผลิตหลังสี
| รายการ | ปริมาณ |
|---|---|
| ข้าวสารเต็มเมล็ด | 600 กก. |
| ข้าวหัก | 70 กก. |
| รำข้าว | 90 กก. |
| แกลบ | 220 กก. |
| สูญเสีย | 20 กก. |
รายได้
| รายการ | ราคา/กก. | รายได้ |
|---|---|---|
| ข้าวสาร 600 กก. | 42 บาท | 25,200 บาท |
| ข้าวหัก 70 กก. | 18 บาท | 1,260 บาท |
| รำข้าว 90 กก. | 12 บาท | 1,080 บาท |
| แกลบ 220 กก. | 2 บาท | 440 บาท |
รวมรายได้ = 27,980 บาท
ต้นทุน
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| ซื้อข้าวเปลือก | 12,000 บาท |
| ค่าไฟ | 300 บาท |
| ค่าแรง | 500 บาท |
| ค่าถุงบรรจุ | 600 บาท |
| ค่าขนส่ง | 500 บาท |
| ค่าเสื่อมเครื่องจักร/ซ่อมบำรุง | 300 บาท |
รวมต้นทุน = 14,200 บาท
กำไรขั้นต้น
27,980 − 14,200 = 13,780 บาท/ตัน
ตัวเลขนี้ดูสูง เพราะสมมติฐานราคาข้าวสาร (42 บาท/กก.) เป็นราคาขายปลีกบรรจุถุง หากขายส่งเป็นกระสอบให้พ่อค้า ราคาจะต่ำลง ทำให้กำไรลดลงตามไปด้วย
เปรียบเทียบโมเดลธุรกิจ
แบบที่ 1: รับจ้างสีข้าว
ลงทุนสต็อกน้อย
ความเสี่ยงต่ำ
รายได้จากค่าบริการสีข้าว
แบบที่ 2: ซื้อข้าวเปลือกมาสีเอง
กำไรต่อหน่วยสูงกว่า
ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียน
มีความเสี่ยงจากราคาข้าวและการเก็บสต็อก
แบบที่ 3: แบรนด์ของตัวเอง
รับซื้อข้าวจากเกษตรกร
สีเอง
บรรจุถุง 1, 2, 5 กก.
ขายผ่านหน้าร้าน, Facebook, LINE OA, เว็บไซต์ และ Marketplace
โมเดลนี้ให้มูลค่าเพิ่มมากที่สุด แต่ต้องลงทุนด้านการตลาดและสร้างแบรนด์
แผนงาน AgriTech Plus
ระยะที่ 1
รับจ้างสีข้าว
รับซื้อข้าวเฉพาะช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
ขายข้าวสารในพื้นที่
ระยะที่ 2
สร้างแบรนด์ AgriTech Plus Rice
จำหน่ายข้าวคุณภาพ บรรจุถุง
ขายออนไลน์ทั่วประเทศ
ระยะที่ 3
แปรรูปผลพลอยได้ เช่น รำข้าว แกลบ และไบโอชาร์
เชื่อมโยงกับธุรกิจปุ๋ยและศูนย์บริการเกษตรที่คุณกำลังพัฒนาอยู่